ARTseenSOHO - Pablo Picasso
Pablo Picasso
We all know that Art is not truth. Art is a lie that makes us realize truth, at least the truth that is given us to understand. The artist must know the manner whereby to convice others of the thruthfulness of his lies. If he only shows in his work that he has searched, and re-searched, for the way to put over lies, he would never accomplish anything.
posted by - wit - 7/4/2000
--------------------Mike และ Doug Stern
2พี่น้องฝาแฝดเหมือน (identical twins) ผู้ซึ่งนำเสนอผลงานศิลปะในด้วยการถ่ายภาพ อย่างไรก็ดี ความท้าทายของผลงานของเขาที่มีต่อ ศิลปะที่เรียว่าการถ่ายภาพนั้น ได้ถูกนำเสนอโดยผสมผสาน แนวคิดทางศิลปะ ด้านsclpture และ แนวคิดของ collage (การนำภาพหลายๆภาพมาปะติปะต่อ.. กันที่มีรากฐานแนวคิดมาจาก Cubism)
ภาพถ่ายของเขาในบางส่วน เป็นภาพถ่ายซ้ำ (reproduction) ของงานศิลปะชื่อดังต่างๆในประวัติศาสตรศิลป์ แต่ถูกนำมาปะติดปะต่อใหม่ ด้วยการ ฉีกเป็นส่วนๆ, พับ, ตัดแปะ และประกอบกันใหม่ด้วยการติดเทป แปะกาว ฯลฯ
งานศิลปะของเขามีส่วนเกี่ยวข้องอย่างเห็นได้ชัดเกี่ยวกับแนวคิด ของทั้ง moderism และ postmodernism ถึงเรื่อง "ขั้นตอน(process)", "การทำซ้ำ(reproduction)", และการประดิษฐ์"ความเป็นจริง"ของการนำเสนอที่สามารถกระทำได้ ในบริบทของศิลปะร่วมสมัย (representation are constructed) (จากเดิมการนำเสนอ เป็นเพียงการ"จำลอง" หรือ"ลอกแบบ"มาจากธรรมชาติ)
ด้วยความที่เขาทั้งสองเป็น"คู่แฝด" ผู้ซึ่งทำผลงานร่วมกัน และนำเสนอผลงานของตัวเองราวกับว่าเป็นคนๆเดียวทำ (วงการศิลปะเรียกงานของเขาว่า งานของ Stern twins) เป็นทั้งจุดที่น่าสนใจในความแปลกใม่ของตัวศิลปินเอง ที่เราไม่สามารถแม้นแต่จะแยกหน้าตาได้อย่างชัดเจน ว่าใครเป็นใคร นี่เองที่ทำให้เกิดเนื้อหาของผลงานในเชิงลึก และเป็นเนื้อหาหลักที่ศิลปินหยิบยกขึ้นมานำเสนอ เนื้อหานั้นคือ แนวคิดและคำถามที่ว่าด้วย "ตัวตนและการจำแนก(identity)" และ "ความเป็นเจ้าของ(authorship)"....
นักวิจารณ์บางคนกล่าวว่า การร่วมงานของเขาทั้งสองคนนั้น เป็นมากไปกว่าผู้ร่วมงาน หากแต่เป็นการทำงานของคนคนเดียวกัน ที่มีร่างกายทางชีวะภาพแยกออกเป็น2ส่วนเท่านั้นเอง... ด้วยความที่มีลักษณะปรากฎใกล้เคียงกันจนไม่สามารถแยกออกได้ด้วยตาเปล่า ด้วยความที่นำเสอผลงานทางศิลปะออกมาในรูปแบบของการกระทำของปัจเจกบุคคล... จึงทำให้ผลงานของเขาดูเหมือนทำมาจากคนคนเดียว ที่มี2ร่างช่วยกัน มากกว่าที่จะทำมาจาก คน2คนที่มีลักษณะคล้ายกัน... ลองคิดดูว่าเวลาเขาส่องกล้องไปที่อีกคนหนึ่ง... การปรากฏของภาพที่เป็นวัตถุ กับภาพที่อยู่บนแผ่นฟิลม์ กับผู้จับภาพ จะก่อให้เกิดความสับสนและเลือนลางในการจำแนก หรือบ่งบอก แค่ไหน
แนวคิดที่กล่าวมาข้างต้น ถูกทำมาเน้นให้เห็นเด่นชัดยิ่งขึ้น ด้วยผลงานของเขาทั้งสองเอง ที่มักจะนำเสนอด้วยรูปภาพของ สองสิ่งที่เหมือนๆคล้ายๆกัน หรือ ภาพถ่าย2ภาพที่มีต้นกำเนิดมาจาก film negative อันเดียวกัน... ตัวอย่าเช่น ภาพม้า, ภาพวาดportrait ของ Rambrandi ที่ถูกถ่ายทำซ้ำ โดย"สอง"พี่น้องฝาแฝด, ภาพmonalisa 2ภาพใกล้เคียงกัน, รวมไปถึงportrait ขอศิลปินเอง... ด้วยลักษณะของผลงานเช่นนี้ ยิ่งเป็นการทำให้คำถาม หรือข้อสงสัยที่เกี่ยวกับ ตัวตน, การจำแนก, และความเป็นเจ้าของ เด่นชัดขึ้นไปอีก... ถาพถ่ายของศิลปินที่ถูกเรียกชื่อว่า "self-portrait" เป็นตัวอย่างเด่นชัดที่ทำให้เกิดความสับสนว่า "self" อันนั้น เป็นของใครกันแน่ หรือเป็นของทั้งสองคน ที่เป็นเหมือนคนคนเดียวกัน
การใช้ความเป็นคู่แฝดของตัวเอง การใช้เงาสะท้อน การทำซ้ำเป็นคู่ การใช้การฉีกและการตัดปะแบบCubism เหล่านี้ ล้วนแล้วแต่แสดงให้เห็นถึงมุมมองของศิลปะที่ว่าด้วยความเป็นpuraltiyในยุค postmodernism ที่ไม่สามารถจำแนกตัวตนและ มุมมอง ต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ชัด ทั้งในภาวะ(space)ความเป็นจริงของการนำเสนอเอง และภาวะที่เป็นจริงในเชิงกายภาพ (ผ่านความเป็น"คู่แฝดเหมือน"ที่เรายากที่จะจำเพาะเจาะจงว่าใครเป็นใคร) การผสมผสานของความเป็นจริงในการนำเสนอ และความเป็นจริงในเชิงกายภาพนี้ ยิ่งเป็นตัวเร่งปรากฏการณ์ของ ความไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวของวัตถุใดๆก็ตาม ตามแนวคิดของpostmodernism
เราไม่อาจจะแยกได้แม้กระทั่ง คนในภาพ กับคนจริงๆ ใครเป็นใคร ภาพนำเสนอใคร และ เราไม่สามารถที่จะกำหนดมุมมองของเราได้อีกต่อไป... ในภาวะของ postmodernism เราทำได้เพียงแต่ล่องลอยไปตามมุมมองที่เกี่ยวเนื่องกัน และสร้างการรับรู้ที่แตกต่างกันไปเรื่อยๆ ตามการล่องลอยของมุมมองในเนื้อหาเหล่านั้น...
คำถามที่น่าสนใจที่สุดเมื่อเราได้สัมผัสกับศิลปะแนวนี้ก็คือ.... จริงๆแล้วเรามีตัวตนอยู่จริงหรือไม่... การพัฒนาของแนวคิดในแบบที่มีความเป็น "พหุ" ของ postmodernism นี้ มีความเกี่ยวข้องกับแนวคิดของปรัชญาตะวันออก อย่างพุทธปรัชญาของเราเช่นใด หากเราลองคิดและทบทวนถึงสิ่งเหล่านี้แล้วละก็ ผลงานศิลปะในยุคpostmodern จึงเรียกได้ว่าเป็นการพัฒนาก้าวสำคัญของมวลมนุษย์ชาติ หาใช่ความล้มเหลว หรือล่มสลายของมนุษย์ชาติ ดังที่ท่านผู้รู้หลายท่านได้กล่าวเอาไว้ ไม่
posted by - wit - 7/4/2000
ว่าแล้วเชียว ฮาฮา
เห็นด้วยอย่างยิ่งว่า แขนงที่ 10 เนี่ย videogame
posted by Terdpong Mongsonti 7/2/2000
นักคิดและนักเขียนชาวฝรั่งเศษ.. Alain และ Frederic Le Diberder ผู้เขียนหนังสือเรื่อง L'Univers des Feux Video ได้แยกศิลปะเป็น 10 ประเภท ตั้งแต่สมัยกรีกเป็นต้นมาไว้ดังนี้ดนตรี (music)
วรรณคดี (poetry)
สถาปัตยกรรม
ภาพวาด (painting)
ประติมากรรม (sculpture)
นาตยศิลป์ (Dance)
โทรทัศน์ (TV)
ภาพยนตร์ (cinema)
bandes dessinees (graphic novels)
และ Videogame!!!(Steven Poole (2000), Tigger Happy, Fourth Estate, London)
posted by - wit - 7/1/2000
ที่พี่เอกพูดข้างล่างตือความจริงในยุคปัจจุบัน... นี่หละคือสิ่งที่ผมค้นหาอยู่ว่า เราจะหาวิธีคิดให้เราหลุดพ้นจากแนวคิดในปัจจุบันได้อย่างไร... เราจะยืนอยู่ในตำแหน่งที่เหนือกว่าที่คนทั่วไปมองเห็น และทำซ้ำๆกันจนเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่าย ในยุคปัจจุบันได้อย่างไร ... อย่าลืมว่า mimic หรือ imitate ด้วยtechnologyก็เป็นเพียง an illusory เช่นเดียวกับภาพเขียน ในสมัยก่อนที่picassoจะประดิษฐ์ cubism
posted by - wit - 6/17/2000
In my opinion, at the present time is different from Cubism because we are in the era of mimic everthing that human can percieve(พยายามหาคำที่ใกล้เคียงคำว่า รับรู้);eyes, nose, ears, tongue, touch(สัมผัสทั้ง5) by using technology."Cubism rejects these images and recognizes that perspectival space is an illusory, rational invention, or a sign system inherited from works of art since the Renaissance. "
We are not rejecting nature .......we are mimic and not try to distort it!!!
posted by Terdpong Mongsonti 5/29/2000
ผมจะไปเที่ยว Tate Modern ซึ่งถือได้ว่าเป็นalk of the town ของอังกฤษในตอนนี้... เปรียบได้กับ MOMA ของ NY... คนที่ไปมาแล้วบอกว่าเดินไม่หมดภายใน1วัน... โชคดีจริงๆมาเรียนปีนี้... มีร้านอาหารแสนหรูด้วย...
posted by - wit - 5/26/2000
Cubism
Two main ideas of cubism are:
Distrust of "whole" images perceived by the retina, which are considered artificial and conventional, and are based on the influence of past art. Cubism rejects these images and recognizes that perspectival space is an illusory, rational invention, or a sign system inherited from works of art since the Renaissance.
Cubism seeks to reproduce different perspectives or forms simultaneously, as they might be seen by the mind's eye. Cubism attempts to mimic the mind's power to "abstract and synthesize its different impressions of the world into new 'wholes,' new sign systems." With these new images a separate but equal reality is created.
posted by - wit - 5/25/2000