เบื้องหลัง ความสำเร็จของคนบางคน อาจมาด้วยความเหนื่อยยากของใครอีกหลายคน
สมัยที่เรียนอยู่ ที่เรียนอยู่ไกลบ้านมาก เลยต้องมาอยู่หอ เป็นชาวหอ หอแรกอยู่หลังที่เรียน มีคลองเล็กๆ พาดผ่าน น้องๆ สลัมคลองเตย ทั้งๆที่อยู่ในที่เจริญ ย่านธุรกิจ กลางกรุง ตอนที่มาดูหอ มากับพ่อ พ่อดูแล้ว บอกว่า หาได้ดีมาก บรรยากาศเหมือนๆ กับ สมัยที่พ่อเรียนอยู่ เอ๊ะแล้วดีของพ่อเนี่ย มันดียังไงหว่า แล้วก็ชวนพ่อไปดูหออื่นที่ดีกว่า แต่พ่อยืนยันให้พักที่นี่ เพราะบรรยากาศเหมือนๆ กับ สมัยที่พ่อเรียนอยู่ อืมนะ อยู่ก็อยู่ ทางเข้าหอเป็นสะพานไม้ต่อๆ กันไป ตั้งแต่เรียนมา ตกท้องร่อง สองครั้ง ครั้งแรก ฝนตกน้ำท่วม ครั้งที่สอง ซัมเมอร์+ฝนตกหนัก +อกหัก เรียกว่า รักกระหน่ำซัมเมอร์ เรนท์ หอที่อยู่เป็นหอสองชั้นปูนครึ่งไม้ครึ่ง ชื่อหอมุก เป็นหอแบบกันเอง อยู่กันแบบพี่ๆน้องๆ คนที่อยู่ห้องเดียวกันชื่อว่า หมี อ่างทอง เรียนอยู่ชั้นเดียวกัน แต่คนละห้อง พี่บางคนเรียนเภสัช มหิดล บางคนช่างยนต์ ช่างกล นักเคมี บางคนไฟฟ้า นักดนตรี รามบอย สรุปว่าส่วนใหญ่เป็นช่าง เรียนอยู่ราชมงคล หอข้างๆ เป็นหอหญิง ใกล้ๆกัน พี่ที่หอมุก นี้มักจะมีแฟน เป็นสาวๆ หอโน้น เพราะเดินผ่านไปผ่านมากันทุกวัน ก็มีโอกาสปิ้งกันได้ บางคนที่จบไปนานแล้วก็พาแฟนพาลูกมาเยี่ยมชาวหอมุกกันบ่อยๆ เราก็หวังลึกๆจะสร้างประวัติศาสตร์เหมือนพี่ๆ รุ่นก่อนๆ มั่ง ถึงหุ่นจะไม่ให้แต่ใจรัก และแล้ว วันหนึ่ง รุ่นพี่ที่อยู่หอหญิงเดินมากับสาวน้อย คนหนึ่ง
เนื่องจากว่า หลายวันก่อน รุ่นพี่คนนี้ให้ เราร้องเพลง เด็กหญิงปราง ให้ฟัง (ของพงษ์เทพ) แต่ติดค้างไว้ เพราะรู้จักแต่แนวสตริง เพื่อชีวิตไม่รู้จักมากนัก รู้แต่คาราบาว เลยไม่ได้ร้องให้ฟังเลย ต้องกระเสือกกระสน ขอร้อง ยอดขวัญ รามบอย หนุ่มสุราษฎร์ ให้ช่วย ทั้งไปตามพี่ของยอดขวัญ (วิศวเครื่องกล) มาเล่นกีตาร์ ยอดขวัญเป้นเทรนเนอร์ หาเนื้อให้ ร้องจนสำเร็จ เมื่อเจอรุ่นพี่ก็พุ่งเข้าไปหา แสดงเจตจำนงค์จะร้องเพลงให้ฟัง โดยไม่สนใจสาวน้อย ข้างๆ (แสงสลัวๆ) เพราะไม่อยากติดหนี้เพลงรุ่นพี่ ตามประสา การไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ รุ่นพี่ก็บอกว่าจะไปทานข้าว เราก็บอกว่า ต้องร้องให้ได้ เพราะซ้อมมาเต็มที่แล้ว สุดท้ายรุ่นพี่ก็ต้องยืนฟังเสียงไม่ได้เรื่อง แต่เนื้อหาเพลงดีจนจบ สลับกับเสียงหัวเราะคิ๊กๆ ของสาวน้อยที่มาด้วย แต่เราไม่สนจาย ร้องจบสบายใจ รุ่นพี่ก็เลยแนะนำให้รู้จักกับสาวน้อย
เมื่อมองพักตร์สาวเจ้าที่ประสบ ใจที่หลบเต้นแรงตึกๆๆ
ตาของเธอสวยใสให้ระทึก ก็นึกชอบเธอในทักที
ร่างของเธอเล็กสมกับเสียงหวาน ใบหน้างามเหมาะเจาะเป็นวงรี
ลักยิ้มสวยน่ารักเพราะเขี้ยวมี โอ้เธอนี้คือสาวงามในดวงใจ
หากตอนนั้น รุ่นพี่ให้ร้องเพลงเด็กหญิงปรางอีกรอบ คงจำไม่ได้ สมองเต็มไปด้วยหน้าสาวน้อย ตั้งแต่วันนั้นมา ใครเดินผ่านไปมาจะเห็นชายร่างใหญ่ (อ้วนเดินไปมาในซอยเหมือนรอใครอยู่) ในบรรดาที่ปรึกษาทั้งหลาย ก็จะมียอดขวัญเป็น โต้โผใหญ่ มีเอก หนุ่มเคมี พิษณุโลก เป็นที่ปรึกษาร่วม เมื่อข่าวคราวของเรา ทราบในบรรดาพี่ๆ เพื่อนๆ ในหอ ต่างร่วมกันเชียร์ เป็นที่ปรึกษาพรึบพรับ กองเชียร์ ฝ่ายลุ้น หน่วยสอดแนม หาข่าว ประเมินสถานการณ์ ตอนนั้น เรากระลังฮิตเนื่องจากเป็นที่ปรึกษาด้านคอมพิวเตอร์, อิเล็กทรอนิกส์ให้พี่ๆ ทั้งหลาย หมายถึงใครจะซื้อเครื่องเสียง วิทยุ อะไรต้องเอาแคตาล็อคมาถามเรา ซื้อมาแล้วต้องให้เราสอนการใช้ด้วย เราก็เริ่มเป็นแฟนกับสาวแหม่ม โชคดีที่เรามีเพื่อนรุ่นเดียวกับสาวแหม่มชื่อ แอ๋ม อยู่หอเดียวกัน คอยเป็นกองเชียร์ ให้ เราก็รู้ว่า สาวแหม่มก็คงชอบเราลึกๆ อยู่ แต่เนื่องจาก หนุ่มบ้านนอกไม่ประสีประสาก็เลย ยังไม่ลงตัว อีกอย่าง นิสัยหวานๆแหวว โรแมนติก ไม่เคยปรากฎในหนุ่มบ้านนอก ดังนั้นแล้ว สาวแหม่มเลย เฉยๆ
วันหนึ่ง มีหนุ่มน้อยช่างกล นามว่า เท่ห์ ช่างกล (พิษณุโลก)ได้มาอยู่เพิ่มขึ้น กับพี่ชั้นล่าง ซึ่งไม่ค่อยมีใครคบหาด้วย วันหนึ่ง เราเดินมากับสาวแหม่ม เจอะ เท่ห์ซื้อหนังสือเพลงสตริงเดินมา เลยแนะนำให้รู้จักกัน ตามธรรมเนียม หนังสือเพลงนั้นมีเพลงที่ดังมาก คือ เพลงเรื่องโรบินฮู้ด Every Thing I Do(I Do it for You ร้องโดย ไบยัล อดัม (ยอดขวัญ เขาแนวเพื่อชีวิต กับ เดดร๊อค ปรึกษาไม่ได้) เลยขอเอาไปถ่ายเอกสาร และได้คุยกับเท่ห์ เท่ห์ได้เลียบๆ เคียงๆถามถึง สาวแหม่ม เราก็ตอบโดยดีเพราะคิดว่าเพื่อนกัน แล้วต่างคนก็แยกย้ายไปทำกิจกรรมของตน
ช่วงการเรียนปีหนึ่ง เทอมสองหนักมาก เรียกได้ว่า ความเป็นความตาย จากหนุ่มบ้านนอกที่ฟลุ๊กสอบได้มาเรียนในกรุง พื้นฐานต่างๆ ยังไม่ดีเลย ต้องพัฒนาความรู้ทุกๆด้านในขณะที่ต้องเรียนไปด้วย กิจกรรมต่างๆต้องทำ ความรักก็ต้องทำคะแนน การที่อ่านหนังสือสอบอย่างหนัก จึงห่างจากสาวแหม่มไปชั่วระยะ หน้าที่สำคัญคือเรียนให้จบดังก้องอยู่ในสมอง พ่อแม่ส่งเรามาเรียน พ่อแม่หวังไว้กับเรา เรามาไกล ความรักกับการเรียน สำหรับบางคนสามารถทำให้เดินให้อยู่ร่วมกันไปได้ แต่เราไม่เป็นเช่นนั้น
สอบสุดท้ายของเทอม สอง เราจะได้กลับบ้านแล้ว กลับไปหาพ่อแม่ปู่ย่า หลานๆ ไอ้ดำหมาที่ซื่อสัตย์ น้ำตก ทะเล
วันประกาศผลสอบ หลายวิชาปานกลาง หลายวิชา ก็ดี บางวิชาคาบเส้น วิชาสุดท้าย คณิตศาสตร์วิศวกรรม 2 ติด ร. ติด ร.ก็เหมือนตก ถามอาจารย์ที่สอนซึ่งดีมากบอกว่า ในวิชานี้ คะแนนที่คุณทำมาต่ำกว่าเกณฑ์มาก ผมจะให้คคุณ F ก็ได้ แต่ผมให้โอกาสคุณแก้ตัว เพราะ ติด ร มีโอกาสได้ถึง B ให้คุณใช้เวลาซัมเมอร์ปรับปรุงความรู้คุณ คุณจะได้มากน้อยก็อยู่ที่คุณแล้ว นับว่าอาจารย์ให้โอกาสแก้ตัว แต่พ่อแม่สิ จะว่าไง เมื่อเล่าเรื่องไม่ผ่านกับพ่อแม่แล้ว พ่อแม่ไม่ได้ซ้ำเติมอะไร ปลอบใจเสียด้วยซ้ำ ว่าเราพื้นฐานไม่ดี ก็อาจพลาดได้ แล้วให้กำลังใจสู้ต่อ ตั้งใจให้มากขึ้น ทั้งที่ในใจพ่อแม่ก็เสียใจ ท่านไม่แสดงออก แต่เรารู้ได้ ก็รู้ตัวดีว่าเราไม่ตั้งใจเท่าที่ควร ประมาท เราไม่เต็มที่ ใจพะวงหลายๆด้าน เวลาที่แย่ที่สุดคือ เมื่ออะไรไม่ดีเกิดขึ้นแล้ว เรื่องต่างๆก็ตามมา ไอ้ดำสุนัขที่รักมากแก่ตาย จริงมันอายุ 16 ปี แล้ว แต่ไม่ควรจะตอนนี้ ข่าวจากเพื่อนๆ ทั้งหลาย แจ้งว่า เห็นหนุ่มเท่ห์เที่ยวรับเที่ยวส่งกับสาวแหม่ม ต่างสรุปว่า เท่ห์ต้องจีบแหม่มแน่นอน แต่เราก็มั่นใจของเราว่า เพื่อนต้องไม่ทำอย่างนั้น เราตั้งหน้าตั้งตา กับ การแก้ตัวครั้งสำคัญ ขณะที่ทุกคนได้กลับบ้านตอนซัมเมอร์ หอว่าง วันนั้นฝนตกหนัก ช่วงปลาย มีนาเราวิ่งฝ่าฝนกลับมาหอ พบหนุ่มสาวคู่หนึ่ง เดินถือร่มจูง คุยกันกระหนุง กระหนิง ใจระทึกเมื่อเห็นว่า คือหนุ่มเท่ห์กับสาวแหม่ม อืม สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็นจริงๆ ทั้งสองตกใจมากที่เห็นเรา มือเรากำแน่น ตาเกร็ง สมองตื้อไปหมด แปลบในใจ เหมือนมีคนเอาไฟฟ้ามาช๊อต และเดินผ่านทั้งคู่ไป หากวันนั้น ใครเดินสวนมาก็คงจะเห็นน้ำตาในสายฝนของใครบางคน
..
( เอาไว้เล่าต่อในวันหน้า)
posted by ออดี้ . at 10:52 PM
เบื้องหลัง ความสำเร็จของคนบางคน อาจมาด้วยความเหนื่อยยากของใครอีกหลายคน
สมัยที่เรียนอยู่ ที่เรียนอยู่ไกลบ้านมาก เลยต้องมาอยู่หอ เป็นชาวหอ หอแรกอยู่หลังที่เรียน มีคลองเล็กๆ พาดผ่าน น้องๆ สลัมคลองเตย ทั้งๆที่อยู่ในที่เจริญ ย่านธุรกิจ กลางกรุง ตอนที่มาดูหอ มากับพ่อ พ่อดูแล้ว บอกว่า หาได้ดีมาก บรรยากาศเหมือนๆ กับ สมัยที่พ่อเรียนอยู่ เอ๊ะแล้วดีของพ่อเนี่ย มันดียังไงหว่า แล้วก็ชวนพ่อไปดูหออื่นที่ดีกว่า แต่พ่อยืนยันให้พักที่นี่ เพราะบรรยากาศเหมือนๆ กับ สมัยที่พ่อเรียนอยู่ อืมนะ อยู่ก็อยู่ ทางเข้าหอเป็นสะพานไม้ต่อๆ กันไป ตั้งแต่เรียนมา ตกท้องร่อง สองครั้ง ครั้งแรก ฝนตกน้ำท่วม ครั้งที่สอง ซัมเมอร์+ฝนตกหนัก +อกหัก เรียกว่า รักกระหน่ำซัมเมอร์ เรนท์ หอที่อยู่เป็นหอสองชั้นปูนครึ่งไม้ครึ่ง ชื่อหอมุก เป็นหอแบบกันเอง อยู่กันแบบพี่ๆน้องๆ คนที่อยู่ห้องเดียวกันชื่อว่า หมี อ่างทอง เรียนอยู่ชั้นเดียวกัน แต่คนละห้อง พี่บางคนเรียนเภสัช มหิดล บางคนช่างยนต์ ช่างกล นักเคมี บางคนไฟฟ้า นักดนตรี รามบอย สรุปว่าส่วนใหญ่เป็นช่าง เรียนอยู่ราชมงคล หอข้างๆ เป็นหอหญิง ใกล้ๆกัน พี่ที่หอมุก นี้มักจะมีแฟน เป็นสาวๆ หอโน้น เพราะเดินผ่านไปผ่านมากันทุกวัน ก็มีโอกาสปิ้งกันได้ บางคนที่จบไปนานแล้วก็พาแฟนพาลูกมาเยี่ยมชาวหอมุกกันบ่อยๆ เราก็หวังลึกๆจะสร้างประวัติศาสตร์เหมือนพี่ๆ รุ่นก่อนๆ มั่ง ถึงหุ่นจะไม่ให้แต่ใจรัก และแล้ว วันหนึ่ง รุ่นพี่ที่อยู่หอหญิงเดินมากับสาวน้อย คนหนึ่ง
เนื่องจากว่า หลายวันก่อน รุ่นพี่คนนี้ให้ เราร้องเพลง เด็กหญิงปราง ให้ฟัง (ของพงษ์เทพ) แต่ติดค้างไว้ เพราะรู้จักแต่แนวสตริง เพื่อชีวิตไม่รู้จักมากนัก รู้แต่คาราบาว เลยไม่ได้ร้องให้ฟังเลย ต้องกระเสือกกระสน ขอร้อง ยอดขวัญ รามบอย หนุ่มสุราษฎร์ ให้ช่วย ทั้งไปตามพี่ของยอดขวัญ (วิศวเครื่องกล) มาเล่นกีตาร์ ยอดขวัญเป้นเทรนเนอร์ หาเนื้อให้ ร้องจนสำเร็จ เมื่อเจอรุ่นพี่ก็พุ่งเข้าไปหา แสดงเจตจำนงค์จะร้องเพลงให้ฟัง โดยไม่สนใจสาวน้อย ข้างๆ (แสงสลัวๆ) เพราะไม่อยากติดหนี้เพลงรุ่นพี่ ตามประสา การไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ รุ่นพี่ก็บอกว่าจะไปทานข้าว เราก็บอกว่า ต้องร้องให้ได้ เพราะซ้อมมาเต็มที่แล้ว สุดท้ายรุ่นพี่ก็ต้องยืนฟังเสียงไม่ได้เรื่อง แต่เนื้อหาเพลงดีจนจบ สลับกับเสียงหัวเราะคิ๊กๆ ของสาวน้อยที่มาด้วย แต่เราไม่สนจาย ร้องจบสบายใจ รุ่นพี่ก็เลยแนะนำให้รู้จักกับสาวน้อย
เมื่อมองพักตร์สาวเจ้าที่ประสบ ใจที่หลบเต้นแรงตึกๆๆ
ตาของเธอสวยใสให้ระทึก ก็นึกชอบเธอในทักที
ร่างของเธอเล็กสมกับเสียงหวาน ใบหน้างามเหมาะเจาะเป็นวงรี
ลักยิ้มสวยน่ารักเพราะเขี้ยวมี โอ้เธอนี้คือสาวงามในดวงใจ
หากตอนนั้น รุ่นพี่ให้ร้องเพลงเด็กหญิงปรางอีกรอบ คงจำไม่ได้ สมองเต็มไปด้วยหน้าสาวน้อย ตั้งแต่วันนั้นมา ใครเดินผ่านไปมาจะเห็นชายร่างใหญ่ (อ้วนเดินไปมาในซอยเหมือนรอใครอยู่) ในบรรดาที่ปรึกษาทั้งหลาย ก็จะมียอดขวัญเป็น โต้โผใหญ่ มีเอก หนุ่มเคมี พิษณุโลก เป็นที่ปรึกษาร่วม เมื่อข่าวคราวของเรา ทราบในบรรดาพี่ๆ เพื่อนๆ ในหอ ต่างร่วมกันเชียร์ เป็นที่ปรึกษาพรึบพรับ กองเชียร์ ฝ่ายลุ้น หน่วยสอดแนม หาข่าว ประเมินสถานการณ์ ตอนนั้น เรากระลังฮิตเนื่องจากเป็นที่ปรึกษาด้านคอมพิวเตอร์, อิเล็กทรอนิกส์ให้พี่ๆ ทั้งหลาย หมายถึงใครจะซื้อเครื่องเสียง วิทยุ อะไรต้องเอาแคตาล็อคมาถามเรา ซื้อมาแล้วต้องให้เราสอนการใช้ด้วย เราก็เริ่มเป็นแฟนกับสาวแหม่ม โชคดีที่เรามีเพื่อนรุ่นเดียวกับสาวแหม่มชื่อ แอ๋ม อยู่หอเดียวกัน คอยเป็นกองเชียร์ ให้ เราก็รู้ว่า สาวแหม่มก็คงชอบเราลึกๆ อยู่ แต่เนื่องจาก หนุ่มบ้านนอกไม่ประสีประสาก็เลย ยังไม่ลงตัว อีกอย่าง นิสัยหวานๆแหวว โรแมนติก ไม่เคยปรากฎในหนุ่มบ้านนอก ดังนั้นแล้ว สาวแหม่มเลย เฉยๆ
วันหนึ่ง มีหนุ่มน้อยช่างกล นามว่า เท่ห์ ช่างกล (พิษณุโลก)ได้มาอยู่เพิ่มขึ้น กับพี่ชั้นล่าง ซึ่งไม่ค่อยมีใครคบหาด้วย วันหนึ่ง เราเดินมากับสาวแหม่ม เจอะ เท่ห์ซื้อหนังสือเพลงสตริงเดินมา เลยแนะนำให้รู้จักกัน ตามธรรมเนียม หนังสือเพลงนั้นมีเพลงที่ดังมาก คือ เพลงเรื่องโรบินฮู้ด Every Thing I Do(I Do it for You ร้องโดย ไบยัล อดัม (ยอดขวัญ เขาแนวเพื่อชีวิต กับ เดดร๊อค ปรึกษาไม่ได้) เลยขอเอาไปถ่ายเอกสาร และได้คุยกับเท่ห์ เท่ห์ได้เลียบๆ เคียงๆถามถึง สาวแหม่ม เราก็ตอบโดยดีเพราะคิดว่าเพื่อนกัน แล้วต่างคนก็แยกย้ายไปทำกิจกรรมของตน
ช่วงการเรียนปีหนึ่ง เทอมสองหนักมาก เรียกได้ว่า ความเป็นความตาย จากหนุ่มบ้านนอกที่ฟลุ๊กสอบได้มาเรียนในกรุง พื้นฐานต่างๆ ยังไม่ดีเลย ต้องพัฒนาความรู้ทุกๆด้านในขณะที่ต้องเรียนไปด้วย กิจกรรมต่างๆต้องทำ ความรักก็ต้องทำคะแนน การที่อ่านหนังสือสอบอย่างหนัก จึงห่างจากสาวแหม่มไปชั่วระยะ หน้าที่สำคัญคือเรียนให้จบดังก้องอยู่ในสมอง พ่อแม่ส่งเรามาเรียน พ่อแม่หวังไว้กับเรา เรามาไกล ความรักกับการเรียน สำหรับบางคนสามารถทำให้เดินให้อยู่ร่วมกันไปได้ แต่เราไม่เป็นเช่นนั้น
สอบสุดท้ายของเทอม สอง เราจะได้กลับบ้านแล้ว กลับไปหาพ่อแม่ปู่ย่า หลานๆ ไอ้ดำหมาที่ซื่อสัตย์ น้ำตก ทะเล
วันประกาศผลสอบ หลายวิชาปานกลาง หลายวิชา ก็ดี บางวิชาคาบเส้น วิชาสุดท้าย คณิตศาสตร์วิศวกรรม 2 ติด ร. ติด ร.ก็เหมือนตก ถามอาจารย์ที่สอนซึ่งดีมากบอกว่า ในวิชานี้ คะแนนที่คุณทำมาต่ำกว่าเกณฑ์มาก ผมจะให้คคุณ F ก็ได้ แต่ผมให้โอกาสคุณแก้ตัว เพราะ ติด ร มีโอกาสได้ถึง B ให้คุณใช้เวลาซัมเมอร์ปรับปรุงความรู้คุณ คุณจะได้มากน้อยก็อยู่ที่คุณแล้ว นับว่าอาจารย์ให้โอกาสแก้ตัว แต่พ่อแม่สิ จะว่าไง เมื่อเล่าเรื่องไม่ผ่านกับพ่อแม่แล้ว พ่อแม่ไม่ได้ซ้ำเติมอะไร ปลอบใจเสียด้วยซ้ำ ว่าเราพื้นฐานไม่ดี ก็อาจพลาดได้ แล้วให้กำลังใจสู้ต่อ ตั้งใจให้มากขึ้น ทั้งที่ในใจพ่อแม่ก็เสียใจ ท่านไม่แสดงออก แต่เรารู้ได้ ก็รู้ตัวดีว่าเราไม่ตั้งใจเท่าที่ควร ประมาท เราไม่เต็มที่ ใจพะวงหลายๆด้าน เวลาที่แย่ที่สุดคือ เมื่ออะไรไม่ดีเกิดขึ้นแล้ว เรื่องต่างๆก็ตามมา ไอ้ดำสุนัขที่รักมากแก่ตาย จริงมันอายุ 16 ปี แล้ว แต่ไม่ควรจะตอนนี้ ข่าวจากเพื่อนๆ ทั้งหลาย แจ้งว่า เห็นหนุ่มเท่ห์เที่ยวรับเที่ยวส่งกับสาวแหม่ม ต่างสรุปว่า เท่ห์ต้องจีบแหม่มแน่นอน แต่เราก็มั่นใจของเราว่า เพื่อนต้องไม่ทำอย่างนั้น เราตั้งหน้าตั้งตา กับ การแก้ตัวครั้งสำคัญ ขณะที่ทุกคนได้กลับบ้านตอนซัมเมอร์ หอว่าง วันนั้นฝนตกหนัก ช่วงปลาย มีนาเราวิ่งฝ่าฝนกลับมาหอ พบหนุ่มสาวคู่หนึ่ง เดินถือร่มจูง คุยกันกระหนุง กระหนิง ใจระทึกเมื่อเห็นว่า คือหนุ่มเท่ห์กับสาวแหม่ม อืม สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็นจริงๆ ทั้งสองตกใจมากที่เห็นเรา มือเรากำแน่น ตาเกร็ง สมองตื้อไปหมด แปลบในใจ เหมือนมีคนเอาไฟฟ้ามาช๊อต และเดินผ่านทั้งคู่ไป หากวันนั้น ใครเดินสวนมาก็คงจะเห็นน้ำตาในสายฝนของใครบางคน
..
( เอาไว้เล่าต่อในวันหน้า)
posted by ออดี้ . at 1:07 AM
ในชีวิตคนเราย่อมมีสิ่งที่เราคิดว่า เราทำถูก ทำผิด ไม่ได้ทำ ปล่อยให้มันล่วงเลยไป
เวลาเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยจะพอในเวลาที่เราต้องการ แต่บางครั้งเวลาเหลือมาก ค่อยๆผ่านไปช้าๆ อย่างหน้าเบื่อหน่าย ในตอนเด็กๆ ใกล้จะปิดเทอม เราดูว่าเวลาช่างเดินช้าเหลือเกิน เมื่อไหร่จะปิดเทอมซะที แต่เวลาตัวเดียวกัน เมื่อใกล้เปิดเทอมก็ดูว่าเวลาเดินเร็ว ไม่กี่วันจะเปิดเทอมแล้ว ไม่ทันได้ทำอะไรเลย แต่เมื่อตอนโตขึ้นเป็นวัยรุ่น แน่นอน เวลาจะเป็นสิ่งที่ต้องการมาก เร็วจัง อยากให้วันหนึ่งมีมากกว่า 24 ชม. หากเวลาหยุดเดินได้ ก็จะดี แต่เมื่อมีนัดกับคนที่เราชอบ ทำไมเวลาเดินช้าจัง นั่นสิ แต่ตอนนี้เวลาก็ยังเดินไป แต่ใจเราปรับตัวได้แล้ว เข้าใจเวลาแล้ว เวลาไม่เดินเร็วเดินช้า เดินพอดี พอดี มีบางทีที่เวลา ไม่พอมั่ง เร็วไปมั่ง ก็ทำใจได้
สิ่งที่บอกเวลาคือนาฬิกา ตอนเด็กๆ อยากใส่นาฬิกามาก เห็นพี่ๆใส่นาฬิกาไปเรียน ก็ร้องอยากใส่บ้าง ร้องมากๆ ย่ารำคาญ เอานาฬิกาให้หนึ่งเรือน เป็นพลาสติกสีดำ สวยดี เป็นแบบตัวเลข ใส่ไปโรงเรียนดูเท่ห์อยู่ไม่นาน วันหนึ่งฝนตก ปรากฏว่า นาฬิกาหมอกลง มองไม่ค่อยเห็น ไปบอกย่า ย่าบอกว่า รุ่นนี้เป็นรุ่นกันน้ำออก วันหน้าถ้าในตกหรือเปียก ให้เอาไปใส่ถังข้าวสารจะหายเป็นหมอก ซึ่งได้ผลจริงๆ ต่อมาเมื่อโตขึ้นก็เปลี่ยนมาใช้ นาฬิกาเข็มปนตัวเลข จำได้ว่า ยี่ห้อ ADEC นี่แหละ ปัจจุบันยังอยู่ที่บ้านของย่า เป็นนาฬิกาเรือนกะทัดรัดใส่แล้วดีมาก ชอบมาก มีไฟด้วย แรกๆ ก็กดไฟโชว์เพื่อนๆ หรือ หาเหตุไปที่มืดแล้วกดไฟดูนาฬิกา ขนาดตอนกลางวันก็หาเหตุกดไฟโชว์ ในตอนนั้น อยากไปไหนกลางคืนจะได้ กดไฟดูเวลา แต่กดโชว์ได้ไม่นานถ่านก็หมด ต้องไปเปลี่ยนถ่าน ต่อมาได้รับมรดกจากพี่เป็นนาฬิกาเข็ม ไซโก้ แต่พี่บอกว่า ยี่ห้อ ใส่โก้ คือใส่แล้วโก้ ก็เอามาใส่ แล้วพี่ก็ได้นาฬิกาใหม่ ใส่โก้ คล้ายๆ กับตัว ADEC เลย สลับกันใส่ แต่อยู่มา สัก 1 ปี ใส่โก้ ก็หยุดโก้ เพราะน้ำเข้า แต่ไม่ยอมออก เลยเอาเก็บเข้ากรุ เรือนต่อมาเป็น CASIO จำได้ว่า มีไฟด้วย อยู่ได้นานพอควร วันหนึ่งไปหาเพื่อนพี่ชาย ก็เจอ CASIO เรือนโตๆ สีเขียว ไม่มีไฟ เป็นดิจิตอลตัวเลข จับเวลาได้ เป็นนาฬิกาแถม เมื่อซื้อรถกระบะโตโยต้า นาเสียดาย สายขาด เจ้าของทิ้งไว้ เลยขอมาซื้อสายเปลี่ยน CASIO อยู่ได้นานมาก ไม่เคยทรยศเลย วันหนึ่งเพื่อน ที่เรียนด้วยกันนั่งคุยกัน เรื่องนาฬิกา เจ้าของนาฬิกา CASIO G SHOCK สรรพคุณ ว่าทนทาน เลยมีการท้าทายจากเพื่อนๆ ให้ทดสอบ เจ้าของนาฬิกาจึงพนันท้าเอานาฬิกาขว้างข้างฝา ดูว่าพังไหม ถ้าไม่พัง ให้เพื่อนที่ท้าเลี้ยงเหล้า ผลจากการปาที่รุนแรง ดังเปรี้ยงสนั่น นาฬิกา จีช็อก ไม่เป็นไร เจ้าของนาฬิกาเลยได้กินเหล้าฟรี 4 ปีผ่านไป เพื่อนเจ้าของนาฬิกาจะแต่งงาน ปรากฏว่า นาฬิกาจีช็อก เกิดแตกตรงขอบเอง ซ่อมไม่ได้ เพื่อนบอกว่า สงสัยนาฬิกา จะเสื่อมสภาพ แต่หลายคนบอกว่า เป็นลางว่า ว่าที่ภรรยาเจ้าของนาฬิกา ถ้าจะดุ ขนาดนาฬิกายังชิงพังก่อนเลย อันนี้ต้องดูสักระยะ หาก เพื่อนคนนี้แอบแว๊บมาเที่ยวกลางค่ำกลางคืน หรือ มากินเหล้ากับเพื่อนๆ ไม่ได้ สงสัยคำพูดนี้จะเป็นจริง ซึ่งตอนนี้พิสูจน์ได้ว่าเป็นจริง หลังจากครั้งที่ได้เห็นการพิสูจน์มาเรื่องความทนของนาฬิกา จี ช็อก ก็ตั้งใจแน่วแน่ ว่าจะซื้อ จีชอคให้ได้ ถ้ามีโอกาส เมื่อมีตังค์เก็บพอประมาณ จะซื้อนาฬิกา มีคนเสนอให้ซื้อ นาฬิกา ทั้ง สวอช แทกฮอยเออร์ ไซโก้คีเนติก บางคนเสนอให้ไปซื้อ มิโด ราโด บางท่านที่มีทรัพย์มากก็เสนอให้ซื้อ โรเล็กซ์ ไปโน่น สุดท้ายก็เดินไปสะพานเหล็ก ไปกับเพื่อนเจ้าของนาฬิกา เพราะเป็นผู้เชี่ยวชาญ เรือแรกที่เลือก เหมือนกับรุ่นที่เพื่อนใช้ เลยเปลี่ยนไปเลือกอีกรุ่น ซื้อมาในราคาหลายพันอยู่ ซื้อมาใส่ด้วยความภูมิใจ รุ่นนี้มีไฟด้วยสีฟ้าๆ แต่ตอนนี้ไม่ชอบกดโชว์ไฟแล้ว กลัวถ่านหมด และแล้ววันหนึ่ง ไปทานอาหารที่ร้านเจ้าประจำ มีเจ้าตี๋ ลูกเจ้าของร้านหนึ่งเดินมาหา และถามว่า
พี่ๆ ใส่จีช็อกเหรอ สวยดีนะซื้อมาเท่าไหร่ล่ะ
ก็ไม่กี่ตังค์หรอก รุ่นนี้ ไม่ค่อยสีสีนมากเลยไม่แพง
อืม ของพี่เหมือนของผมเลย เนี่ยๆ ผมเพิ่งซื้อมา แต่ซื้อแถวนี้ เด๊ยวผมเอามาให้ดู
แล้วเจ้าตี๋ก็วิ่งเข้าไปหลังร้าน แล้วกลับออกมาพร้อมนาฬิกา จีช็อก หน้าตาเหมือนกันเด๊ะ
เนี่ยพี่ มีไฟด้วย นี่ไงสีฟ้า เหมือนของพี่เลย
แล้วน้องซื้อ จีช๊อกนี้มาเท่าไหร่ล่ะ
อ๋อ 100 นึง พี่ เนี่ยเพื่อนผมซื้อมาใส่คนละเรือนแน่ะ
หา 100 นึง (พลางนึกในใจ โอ ตูช๊อก)
posted by ออดี้ . at 1:06 AM