มายา |
|
|
The way to practice your lives is to live and the way to begin is to do so ...begin
e-for-teen Guestbook |
Tuesday, September 04, 2001
วันนี้เรียนมาราธอนมากเลย เริ่มจากวิชา BACKGROUND FO ENGLISH LITERATUER สามชั่วโมงผ่านไปไวเหมือนนั่งหลับ ^_________^ การบ้านยังไม่ทันเสร็จแต่ฉันสลบเหมือดอยู่บนหมอนอย่างเด็ก รู้ตัวอีกทีอ้าว จะบ่ายสามแล้วหรือนี่!! ไม่มีเวลาสำหรับอะไรมากนัก บอกตามตรงว่าฉันน่ะมันพวกสมองช้า อยู่ดีๆมาโดนคำถามให้คิด จบวิชาสาธารณมัติเพื่อนๆแยกย้ายกันไปกินขนม นม เนย หรือจะ นั่งฟังบ้างไม่ฟังบ้างจนถึงทุ่มครึ่งแล้วเสียงสวรรค์ก็ประทานลงมา ขอบคุณค่ัะอาจารย์ แหมปล่อยก่อนเวลาตั้งครึ่งชั่วโมง เฮกันลั่น นี่แหละหนึ่งวันของฉัน วันที่เรียน(รึเปล่าหว่า) มาราธอนถึงใจ Saturday, September 01, 2001
Saturday, August 25, 2001
ไชโยในที่สุดก็สอบมิดเทอมเสร็จเสียทีหลังจากยืดเยื้อมานาน เทอมนี้เหลือวิชาที่ต้องสอบมิดเทอมอยู่แค่ 4 วิชาแต่แม่เจ้า ฉันยื้อยึดกับหนังสือเรียนมากว่าเดือนแล้ว ใช่ทั้งรายงานอีก เฮ้อ... สนุกสนานเสียจริง ช่วงนี้แม้จะสอบเสร็จแล้วแต่งานก็ไม่ได้หมดลงยังคงมีมาให้ การบ้านมากมายมารุมเร้าแต่เอ๊ะดูตัวเองก็ยังว่างๆแฮะแล้วจึง วันวันนึงของคนเรายังไม่เท่ากันแล้วอย่างนี้จะให้คิดให้ทำอะไร ^_________________________^ Thursday, August 16, 2001
ชีวิตคนอยู่ติดทะเลนี่มันหนีไม่พ้นทะเลจริงๆ ไม่ว่าจะสุข ทุกข์ แกว่าวันนึงๆมีคนมาเล่าอะไรให้ทะเลฟังบ้าง(วะ) ใครจะรู้แต่ที่แน่ๆวันนี้มีแกมาเล่าเรื่องอกหัก ขอบใจนะที่ย้ำ สายตาเพื่อนยังคงทอดไกลไปที่ขอบฟ้า เอาเถอะว้า
ก็รู้อยู่แกใจว่าใครเป็นคนผิด ยอมรับมาเอง แกไม่รู้จักเขาเหมือนฉัน เขาเป็นคนใจแข็ง
.เหมือนแก สายตาของเราทั้งคู่ยังทอดยาวไปที่ขอบฟ้า สองใจต่างหาก ความเงียบเขามาครอบคลุมบริเวณ สายลมพัดพลิ้วเสียงคลื่น ก่อนจะกลับเราต่างแอบเก็บขยะบางชิ้นกลับมาเพื่อเป็นการ Wednesday, August 01, 2001
หอยนางรมเป็นปุ่มเป็นปมอยู่ตามซอกหิน หอยนางรมเป็นปุ่มเป็นปมอยู่ตามซอกหิน ทำยังไงล่ะจะได้หอยกิน เอ้า! ทำยังไงล่ะจะได้หอยกิน เอา ..หินแล้วจะได้กินหอย ..คำตอบทะลึ่งทะเล้นมากมายจะถูกปล่อยออกมาเพื่อเป็น การสร้างความสนุกสนานเฮฮาระหว่างกิจกรรมลูกเสือ วันนี้ฉันขับ รถผ่านอ่างศิลาเพลงสนุกสนานเพลงนี้ดังแว่วขึ้นมาในความคิดอีก ครั้ง ทำยังไงนะเขาถึงได้หอยมากิน??? ฉันจอดรถเข้าข้างทางเอาดื้อๆทำให้เพื่อนที่ไปด้วยกันออกอาการ งงนิดๆ แกจะทำอะไร เพื่อนถาม ฉันไม่ตอบเพียงแต่เดินลงจาก รถแล้วเข้าไปนั่งในเพิงร้านอาหารที่เปิดโล่งมีลมทะเลพัดผ่านตลอด จะรับอะไรดีค่ะ เด็กในร้านเดินเข้ามาถามอย่างรู้หน้าที่ เพื่อน ฉันเดินตามลงมาจากรถไม่หิวเท่าไหร่แต่สั่งข้าวผัดทะเลไปก่อน จะเดินมานั่งที่โต๊ะแล้ว ฉันจึงบอกเด็กคนนั้นไปว่า ไม่ได้หิวแต่อยากรู้เรื่องหอยได้รึเปล่า ทำเอาเด็กในร้านยิ้มขำๆ แล้วบอกว่า ถ้าอยากรู้เรื่องหอยต้องคุยกับพี่คนนั้นค่ะ แกเป็นคน พื้นที่มีฟาร์มอยู่ตรงนี้ เธอว่าพลางชี้ไปยังชายกลางคนผิวคล้ำเจ้า ของร่างท้วมนิดๆ ฉันเดินไปสวัสดีลุง ลุงมองมาแล้วยิ้มใจดี มีอะไรเหรอ อยากรู้เรื่องหอยนางรมค่ะ เพียงแค่นั้นลุงก็ชวนนั่ง เรียกเด็กคน เดิมให้ยกน้ำมาเลี้ยงพวกเรา ลุงเล่าให้ฟังว่าที่อ่างศิลามีการเลี้ยงหอยนางรมกันมานานแล้ว เลี้ยงมาตั้งแต่สมัยลุงยังเป็นเด็กเรียกว่าโตมากับหอยก็ได้เพราะ ที่ที่ลุงเลี้ยงอยู่นี้ก็เป็นที่ที่พ่อแม่ลุงจับจองเลี้ยงหอยนางรมมา นานจนกระทั่งสืบมาถึงลุง แผงหอยที่เห็นอยู่ทุกวันนี้ก็เป็นของ คนพื้นที่เสียส่วนมากไม่ค่อยมีนายทุนที่ไหนมาลงทุนเรียกว่ายัง เป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือนอยู่ เล่าไปลุงก็จะชี้ชวนให้เราเหลียว มองเสาไม้ที่ปักเรียงรายอยู่ในทะเล ขั้นตอนการเลี้ยงหอยนางรมนั้นไม่ยุ่งยากมาก สมัยก่อนใช้การ วางหินเอาไว้ให้หอยมาเกาะแต่ปัจจุบันใช้การทำแผงหอย ฉันงง กับคำว่าแผงหอยเพราะมองไปไม่เห็นจะมีแผงมีแต่เสาไม้ไผ่ปัก อยู่ลุงจึงอธิบายต่อว่าแผงหอยก็คือแผงไม้ไผ่ที่มีลักษณะคล้าย คานหลายๆอันมีไว้เพื่อนำเชือกที่ติดปูนเป็นข้อๆไปแขวนล่อเชื้อ ให้หอยมาเกาะ ฉันจึงได้ถึงบางอ้อ การเลี้ยงหอยนางรมนั้นไม่ต้องให้อาหารหรือดูแลอะไรเป็นพิเศษ เมื่อมีหอยมาเกาะที่ปูนหรือตุ้มหอยแล้วก็เพียงแต่รอเวลาให้หอย โตสักสิบถึงสิบเอ็ดเดือนจากนั้นก็สามารถเก็บหอยได้ ฉันชอบเวลา ลุงเล่าถึงวิธีการให้ฟังเพราะลุงอยากให้ฉันเข้าใจทุกขั้นตอนจึงทำ ท่าประกอบไปด้วยเรียกว่าแทบจะพาฉันไปดูการทำจริงๆเลยทีเดียว ข้าวผัดถูกยกมาวางอยู่หน้าเพื่อนสาวที่เหมือนจะเงียบไปฉันจึงชวน การเก็บหอยนั้นต้องรอเวลาน้ำลงเพราะฉะนั้นพื้นที่ที่จะเหมาะแก่การ ตลอดการพูดคุยฉันเห็นแววตาที่เปี่ยมสุขของลุงอยู่ตลอดเวลาแม้การ ลุงบอกว่าการเลี้ยงหอยก็เหมือนฝากชีวิตไว้กับทะเลนอกจากต้องรอ อาหารถูกลำเลียงมาเกินกว่าที่สั่งเพราะมีทั้งหอยนางรมสดไข่เจียว Tuesday, July 24, 2001
สิ่งที่ฉันมีให้เธอ...ก็ไม่รู้ดีเพียงไหน แต่สิ่งที่เธอต้องการจากฉัน... ดั่งวันนั้น ฉันให้ไม่ได้ เว้นว่าเธอจะยอมเขเ้าใจ.... เฮ้อ....น้ำมูกไหล..... Saturday, July 21, 2001
เจ็บคอ......ไอมาก ปวดหัว.....หัวหนักๆ หนาวๆ.....ร้อนๆ เมื่อวานซืนตากแดดมากไปหน่อย เดินถ่ายรูปงานวันเปิดกีฬา การแสดงของกองเชียร์ปีนี้คึกคักเป็นพิเศษ เพราะมีกฎใหม่ออก ปีนี้โชคดีมีกล้องบังหน้า ถือโอกาสแทรกตัวเข้าไปได้ถึงหน้าสุด คณะอื่นๆอีกห้าคณะฉันไม่ขอกล่าวถึงมาถึงเรื่องการแสดงดนตรี อ้วนมือเบส อ้วนเป็นคนที่มีชื่อขัดแย้งกับตัวเองโดยสิ้นเชิง ชื่ออ้วน ณัฐมือกลอง ณัฐเป็นคนผอมที่ตีกลองได้หนักแน่นเหลือกำลัง และสุดท้ายชาติ ชาติเป็นมือกีตาร์ที่ไม่มีกีตาร์เ)้นของตัวเอง แต่ด้วย ส่วนการแสดงของพรูจะเป็นอย่างไร เอาไว้ค่อยมาติดตามกันต่อไปนะจ้ะ
วันฝนพรำอย่างนี้อยากออกไปเดินเล่นตากฝนจัง ตั้งแต่วันที่ได้พบเขา คำว่าฝนก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เคยคิด ฉันชอบใช้เวลากับการอยู่ตัวคนเดียวเป็นส่วนใหญ่ ชอบไปซื้อของคนเดียว เดินดูงานศิลปะคนเดียว เที่ยวคนเดียว หลายครั้งที่ใครหลายคนถามฉันว่าไม่เหงาบ้างเหรอ ฉันตอบได้ทันทีว่า ไ ม่ แล้วพอวันนึงขณะที่ฉันกำลังหลบฝนอยู่ใต้ชายคาร้านอาหารอย่าเซ็งๆ เพราะใครๆก็พากันมาหลบฝนอยู่ใต้ชายคาอันคับแคบนี้เขาก็เดินเข้ามาถามฉันว่า ออกมามาเดินเล่นด้วยกันไหม ? สิ่งที่ฉันทำได้ในเวลานั้นคือยืนนิ่ง งง เขาพูดกับฉันเหรอคือสิ่งที่อยู่ในสมอง แล้วขาฉันก็พาร่างออกมายืนตากฝน มันก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด ก็แค่เปียก ถึงยังไงฉันก็เปียกอยู่ไม่น้อยแล้ว แล้วฉันจะทนอึดอัดอยู่ใต้ชายคานั้นอีกทำไม ขอบใจ ฉันไม่รู้จะพูดอะไรนอกจากคำนี้แล้วฉันก็เดินจากเขามา เขาไม่ได้พยายามที่จะเดินตาม แต่เขาตะโกนบอกฉันว่า ถ้าไม่อยากเดินเล่น ให้ผมเดินจริงจังเป็นเพื่อนก็ได้นะ คราวนี้ฉันหันไปส่งยิ้มให้เขาแล้วบอกกับเขาว่า ฉันชอบเดินจริงจังคนเดียว ขอบคุณอีกครั้ง ไม่เป็นไร ฉันเดินต่อไป โดยไม่มีใครกวน ไม่บ่อยหรอกที่จะได้พบคนง่ายๆที่เข้าใจกัน ตั้งแต่วันนั้นสายฝนช่างน่าสัมผัสเหลือเกินสำหรับฉัน
|