|
เรื่องราวกล่าวอ้าง | |
|
Tuesday, September 18, 2001
เรือรบสหรัฐ 2 ลำออกจากท่าญี่ปุ่น เรือโทชัค เบลล์ โฆษกฐานทัพเรือสหรัฐในญี่ปุ่น เผยว่าเรืออเมริกา 2 ลำ ได้ออกจากเมืองท่าโยโกสุกะในญี่ปุ่นไปแล้ว ได้แก่ เรือลาดตระเวนยูเอสเอส วินเซนเนส และเรือพิฆาตยูเอสเอส เคอร์ติส วิลเบอร์ หลังจากเรือลาดตระเวนคาวเพนส์ได้ออกจากท่าไปเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เรือลาดตระเวนทั้ง 3 ลำ สามารถบรรทุกขีปนาวุธโทมาฮอว์ก รวมถึงขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานและต่อต้านเรือดำน้ำ ทั้งยังติดตั้งระบบป้องกันภัยทางอากาศเอจิส ซึ่งสามารถโจมตีเป้าหมายหลายทิศทาง ขณะที่สื่อมวลชนญี่ปุ่นรายงานว่าเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส คิตตี ฮอว์ก อาจออกจากท่าภายในสัปดาห์นี้ ด้วยเรื่องนี้ ทำให้ที่ญี่ปุ่นตื่นตระหนก...รวมถึงบริษัทฯ แม่ของเราในญี่ปุ่นด้วย...สั่งงดการประชุม...ทุกบริษัทฯ ในเครือข่ายที่ต้องเดินทางไปในวันที่ 24 ที่จะถึงนี้ ..งดการเดินทาง เลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด ..ให้ส่งรายงาน ไปเท่านั้น...เพราะฉะนั้นจึงรวมถึงเราด้วย..งดการเดินทางกระทันหัน...
Monday, September 17, 2001
เคยเชื่อสิ่งเหล่านี้ไหม จะเล่าให้ฟัง สำหรับฉัน มันเป็นข้อความที่น่าทึ่งและทำให้ฉันอึ้งมากทีเดียว .. 9/11...interesting... Someone forwarded this interpretation of Nostradamus's predictions..spooky stuff.. "In the year of the new century and nine months,From the sky will come a great King of Terror.. "In the city of god there will be a great collapse, 2 twin brothers torn apart by chaos while New York is located at the 41st degree Latitude. (Thank you my friend --> Yosuke hide) tanoy~ตะนอย ร่วมแสดงความเห็นได้ที่นี่ค่ะ 9/11..interesting..
Friday, September 14, 2001
![]() นักปรัชญาคิดว่า ... "ความรัก" เป็นความพยายามทวนกระแสของสิ่งมีชีวิต แต่คนที่ผ่านชีวิตมาอย่างเคี่ยวกรำ ก็สอนเราว่า ส่วนนักบวชพร่ำสอนผู้คน ด้วยเสียงอันแผ่วระโหยว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ ใช่หรือไม่ว่า ชีวิตคือสิ่งตรงกันข้ามในความหมายเหล่านี้ กระนั้นหรือ เรามาเพ่งพินิจเรื่องของชีวิต กันอีกสักหน่อยเถิด เมื่อเรายอมรับว่าชีวิตมีพลังที่ว่านี้ เราจะเห็นว่า พลังอันนี้เองที่ทำให้คนพัฒนากว่า พลังขับเคลื่อนเป็นเรื่องดี ที่ทำให้ชีวิตเป็นตัวตนที่ตื่นตัวถ้าการตื่นตัวของตัวตน หากปล่อยให้ชีวิตอยู่ภายใต้อัตตาแต่อย่างเดียวแล้ว ชีวิตก็จะเดินไปอย่างผิดทิศ ดังนั้น จงอย่าได้ปล่อยให้ชีวิตดำเนินไปตามกระแส ของชีวิตแต่เพียงอย่างเดียว
Wednesday, September 12, 2001
ขอแค่รักทะลุจอ ก็พอใจ (2) ![]() กาลเวลา...ในแต่ละวัน แต่ละช่วง ผ่านไปรวดเร็วมาก ...นับหลายเดือนที่เราคุยกันทางสายโทรศัพท์ได้พูดจา เอ่ยคำดีๆ ต่อกัน.....มีความเป็นห่วงเป็นใย ห่วงหากันมาโดยตลอด .....ความรู้สึกที่ดีต่อกันเริ่มรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ.....ในวันหนึ่งขณะที่ฉันจิตใจเจ็บป่วยหนัก...ด้วยเรื่องงานและ เรื่องส่วนตัวรุมเร้า.เขาโทรเข้ามาพอดีในขณะนั้น ..แค่ได้ยินเสียง เขาก็รู้ทันที ว่าฉัน กำลังไม่สบายใจ..... นิ่ม คุณเป็นอะไรไป ทำไม เสียงคุณดูไม่ดีเลย คุณไม่สบายใ0อะไรหรือเปล่า ....บอกผมนะครับบอกผม ผมเป็นห่วงคุณมาก ความปลื้มใจ ตื้นตัน อบอุ่นใจ อย่างเป็นที่สุด ...เหมือนเรี่ยวแรงกลับคืนมา ฉันสดใสอย่างที่ไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มาก่อน ...ความสัมพันธ์ของเรา เริ่มก่อตัว มากขึ้น มากขึ้น ......ความผูกพันธ์ ก็ยิ่ง มากตาม ไปทุกขณะ...แล้ววันหนึ่งฉันก็ได้รับข่าวดี ...นิ่ม ผมจองตั๋วเครื่องบินได้แล้ว จะกลับเมืองไทยเดือนสิงหาคม ผมดีใจมากครับอยากเจอคุณเป็นที่สุด ผมหวัง และนับวัน ให้ถึงวันนั้นเร็วไว นิ่มของผม จะเป็นอย่างไร ผมอยากอยู่ใกล้ชิดคุณ น้ำเสียงที่ตื่นเต้นของเขา ฉันสัมผัสได้ ...แต่ฉันซิฉัน กลับกลัว ..กลัวได้เจอเขา ใจหนึ่งก็อยากเจอ แต่อีกใจหนึ่งก็ไม่กล้าเจอ ...ฉันกลัว ว่าเมื่อเจอกันแล้ว ...ความสัมพันธ์...จะเป็นอย่างไงต่อไป ฉันไม่กล้า ..ที่จะคิดถึงมัน ยิ่งใกล้วันที่เขาจะกลับมาเมืองไทยฉันยิ่ง เครียดหนักเข้าไปใหญ่ เขาโทรมาทีไร เขา ดูสดใส ตื่นเต้น สดชื่น ที่จะได้เจอฉัน ความคาดหวังของเขาสูงเหลือเกิน เขาอิ่มเอมใจ ในขณะที่ฉันเครียดจัด........จะไม่ให้เครียดได้อย่างไง ในเมื่อ ฉันมีแฟนแล้ว ...ฉันกลัวว่า เมื่อฉันเจอเขา ......หลายสิ่งหลายอย่าง อาจเปลี่ยนแปลงไป ... ฉันยอมรับว่า ฉันผิด ที่นอกใจแฟนบ้างในบางครั้ง ฉันยอมรับ ว่าฉันคุยกับนริศแล้วฉันรู้สึกดี อย่างที่ไม่เคยรู้สึกอย่างนี้กับใคร..และฉันก็ยอมรับ ว่าฉันชอบนริศ ..มากเกินกว่าคำว่า เพื่อนกัน... ใช่ค่ะฉันผิด ความสับสนในหัวใจฉัน พันพัว ตีกันยุ่งเหยิงไปหมด ความรับผิดชอบชั่วดี ความรัก ความหลง ประเดประดังเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ...ฉันกำลังใจทำร้ายหัวใจ คนที่รักฉัน ...ทำร้ายจิตใจ ของคนดี ฉันเห็นแก่ตัวเป็นที่สุดฉันครุ่นคิดอยู่นานหลายวัน ทีเดียว ...ยิ่งคิดยิ่งเครียด เพราะนริศจะมาถึงเมืองไทยแล้ว ฉันไม่อยากหลอกนริศ ฉันไม่อยากทำลายความหวังของนริศ แต่ในขณะเดียวกัน ฉันก็ไม่อยากทำร้ายหัวใจของแฟนฉัน ถึงแม้ว่าเขาเอง กับฉัน จะมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยๆ แต่ยังไง เขาก็รักฉัน ห่วงใยฉัน มากเช่นกัน.......ทุกครา ที่ฉันกับแฟนเจอกัน ฉันรู้สึกเกลียดตัวเองที่ปล่อยใจ ไปตามสายไซเบอร์เนต....ปล่อยอารมส์ให้เป็นไป ...เกลียดตัวเองที่ไม่ซื่อสัตย์ กับแฟนตัวเอง เขา ไม่ได้ทำอะไรผิด เขายังเป็นเขา ยังเป็นคนดี ที่รักฉันเสมอ ในที่สุด ฉันก็ตัดสินใจบอกกับนริศ ก่อนวันที่เขาจะกลับเมืองไทย....แค่ 15 วัน นริศค่ะ นิ่ม มีเรื่องอยากจะบอกค่ะ..ฉันเอ่ยขึ้นก่อน..คุณกำลังจะบอกว่า คิดถึงผมมากใช่ใหมครับนิ่ม ผมก็คิดถึงคุณมากเช่นกัน อีกไม่กี่วันผมก็กลับเมืองไทยแล้ว เราจะได้เจอกันชะที คุณรู้ไหมนิ่ม ผมนอนนับวัน นับคืน ให้ถึงไว ๆ ฉันอึ้ง และยิ่งรู้สึกผิดเป็นอย่างมาก...ฉันน้ำตาไหล และร้องให้ออก ฉันไม่สามารถสะกดกั้นอารมส์ของตัวเองได้...นิ่ม คุณเป็นอะไร ใครทำอะไรคุณ บอกผมครับนิ่ม เสียงนริศร้อนรน ฉันตอบนริศทั้งสะอึกสะอื้นอยู่พักหนึ่ง นริศค่ะ นิ่มขอโทษค่ะนริศ ...นิ่มขอโทษที่ ไม่ได้บอกนริศตั้งแต่แรก...นิ่มไม่ได้มีเจตนาที่จะปิดบังนริศค่ะ แต่นิ่มมีแฟนแล้วนะค่ะนริศ.......... ค่ะ นริศอึ้ง ...ไม่มีเสียงตอบกลับมา ...ได้ยินเพียงแค่เสียงหายใจแรงๆ ของนริศ ..นริศค่ะ นริศฟังนิ่มนะค่ะ นิ่มชอบคุณค่ะ ชอบมากด้วยค่ะ ตั้งแต่รู้จักกันมา นิ่มมีความรู้สึกดี ๆ ให้นริศมาโดยตลอดค่ะ ...แต่นิ่ม มีแฟนแล้วค่ะ นิ่มทรยศ แฟนไม่ได้นะค่ะ นริศ เขาไม่ผิด นิ่มเองค่ะ นิ่มเองที่ผิด นิ่มขอโทษนริศด้วยนะค่ะ ที่เป็นอย่างนี้ ยกโทษให้นิ่มนะค่ะ ...ความเงียบ ยังเข้ามาเกาะกุม คลอบคลุมสถานการณ์ในตอนนั้น ... เสียงสูดลมหายใจขอนริศดังขึ้น ...เฮือกใหญ่ ..พร้อมกับเสียง สั่นๆ นิ่ม ผมรักคุณ ทำไมละนิ่ม ทำไมคุณทำร้ายหัวใจผม คุณมาทำให้ผมรัก แล้วคุณก็สลัดผมทิ้ง คุณรู้ไหมว่าใจผมตอนนี้มันชา หัวเหมือนโดนทุบ นิ่มทำไมคุณทำกับผมอย่างนี้ .. นริศค่ะ นิ่มขอโทษค่ะ นิ่มขอโทษ นริศจะด่านิ่ม ยังไง นิ่มก็ยอมค่ะ ...นิ่มมันเลวค่ะนริศ ..นิ่มขอโทษที่ทำให้ใจคุณเจ็บ ..ถึงแม้ในตอนนี้ใจนิ่มก็เจ็บไปไม่แพ้กว่าคุณ แต่นิ่มต้องเลือกค่ะ นิ่มต้องบอก เพื่อไม่ให้อะไรมัน ลุกลามไปมากกว่านี้ ..เมื่อนิ่มเป็นคนก่อ นิ่มก็ต้องแก้ด้วยตัวของนิ่มเองค่ะ..ขอโทษค่ะนริศ
.. ฉันเป็นคนเลว ...ฉันทำร้ายหัวใจคุณ....ขอโทษนะค่ะนริศ ...ฉันไม่หวังที่จะให้คุณยกโทษให้...แต่อยากให้คุณรับรู้ว่า ทุกอย่างที่ผ่านมาระหว่างเรา มันเกิดจากความจริงจากใจของฉันค่ะ ฉันไม่ได้หลอกคุณ แต่ฉันต้องเลือกค่ะ นริศ ...เข้าใจฉันนะค่ะ ....ฉันต้องเลือกไม่ทำร้ายใครให้เจ็บปวดใจกันไปมากกว่านี้
Monday, September 10, 2001
นั่งเงียบ ๆ อยู่คนเดียวพักใหญ่ ...ก็ไม่มีอะไรทำ ... เลยนึกอยากลองเขียนเรื่องสั้นดูบ้าง.. เห็นเขียนกันเต็มบ้านเต็มเมือง แต่ละคนเขียนออกมา ได้น่าอ่านจริงๆ ...นึกถึงตัวฉันเอง จะมีความสามารถเขียนได้อย่างเขากันหรือเปล่า .. ฉัน ไม่ใช่นักเขียน แต่ ฉัน เป็นเพียง. คนชอบเขียน ...ใช่ค่ะ ชอบเขียน จำได้ตั้งแต่เด็ก กระดาษเลอะเต็มบ้านไปหมด ...แต่ก็นะ ฉันไม่ชอบเขียนข้างฝา หรือจิตกรรมฝาผนัง เพราะ ..ไม่อยากให้บ้านสีขาวสวยๆ ไม้ริ้ว ลายสวยๆ ของแม่ต้องเลอะเพราะมือฉัน.... มานั่งนึก เขียนเรื่องอะไรดี ...เห็นเรื่องรักๆ แนวนี้เป็นที่นิยม ท่าทางน่าจะเขียนง่าย..... ..........................................***...............................***.......................................... -ตอนที่ ๑- โอ๊ะโอ...เสียงดังลั่น ผ่านออนไลน์ตามสายโทรศัพท์...นิ่มเหลือบมองตามเสียงนั้น .. เราเริ่ม ออนไลน์ ตรงกันแทบทุกวัน คุยกันได้ทุกวัน ...เขาเริ่มเล่าประวัติตัวเองให้ฉันฟัง นานวันเข้า ฉันเริ่ม ซึมซับความเป็นเขามากขึ้น.... เริ่มรู้สึกคุ้นเคย เริ่มรู้สึกคิดถึง เมื่อเขา จากการคุยกันทางตัวอักษรธรรมดา เริ่ม สานสัมพันธ์ ..ขยับความใกล้ชิด..มาเป็นคุยกันทาง
Saturday, September 08, 2001
"วันนี้ วันฟรีเดย์" ท่ามกลางอากาศร้อนของวันนี้....มีความตั้งใจกันว่า..ไปบริจาคโลงศพ ตามเส้นทาง...ในขณะที่อยู่บนท้องถนน ..เกิดนึกอยากทานกาแฟ.. เส้นทางนี้ยังอีกยาวไกลนัก......นึกถึงเมืองโบราณ สถานที่ น่าจดจำ เทพสะท้อนของวัฒนธรรมดั้งเดิน อันหลากหลายบนผืนแผ่นดินไทย
ตั้งอยู่ กิโลเมตร 33 ถนนสุขุมวิท (สายเก่า) บางปู สมุทรปราการ. มีตลาดน้ำ (มีร้านก๋วยเตี๋ยวเรือให้นั่งกิน มีส้มตำด้วยนะเออ) ..มีตลาดบก..ไว้ให้เดินซื้อของ มีขนมโบราณ นิดหน่อย ..น่าเที่ยวมากเลยค่ะ
Wednesday, September 05, 2001
แม่สาวสวย จาก ต่างเมือง ตอนเย็นวันนี้ ที่สนามบินดอนเมือง ...ฉันอึ้งกิมกี่ มีหญิงสาวท่าทางจะเป็นคน ญี่ปุ่น หรือ ฮ่องกงฉันไม่แน่ใจ ตัวฉันก็ไม่รู้จักโรงแรมนี้เช่นกัน ฉันเลยบอกเธอว่า ฉันไม่รู้จักค่ะ แต่ แต่....เขา...มองหน้าฉัน ...แล้วยิ้มที่มุมปาก ..แล้วเอ่ยขึ้นว่า.. แล้วเธอก็สะบัดก้นจากไปอย่างไม่ใยดี....ฉันยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น... ฉันเสียใจที่ไม่สามารถตอบคำถามเธอได้ดีกว่านี้ ..
| |